วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เรื่องขี้ที่ไม่ขี้ อย่ามองข้าม

ทำความสะอาดระบบการดูดซึมอาหาร และลำไส้

เพิ่มเพื่อนคนนี้เพื่อรับข่าวสาร

เพิ่มเพื่อน

เนื่องจากกระเพาะอาหารและลำไส้ของเราตั่งแต่เกิดมาจนถึงปัจจุบันทำหน้าที่บดอาหารและดูดซึมสารอาหารเข้าไปเลี้ยงอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย เฉลี่ยประมาณ กิโลกรัม เมื่อเรามีอายุมากขึ้นการทำงานก็เสริมสภาพลงตามอายุการใช้งาน สังเกตได้จากอุจจาระของเรา
เนื่องจากอาหารที่เรารับประทานเจ้าไปมีเส้นใยน้อยหรือไม่มีเส้นเลย เช่น เนื้อสัตว์ ไขมัน แป้งขัดขาว อาหารที่ผ่านลำไส้ใหญ่ลำบากและมักเกาะติดผนังลำไส้ แม้จะถ่ายอุจจาระทุกวันก็ไม่สามารถขจัดสิ่งดังกล่าวออกไปได้หมดทำให้เป็นแหล่เพาะแบคทีเรีย เกิดการบูดเน่า หมักหม่ม และเกิดสารพิษที่เป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ เช่น ท้องผูกเรื้อรัง ปวดถ่าย แต่ถ่ายไม่ออก ท้องเสียบ่อยๆ ท้องอืด ท้องเฟ้อ เบาหวาน ความดัน หัวใจ มะเร็งลำไส้ ริดสีดวงทวาร ภูมิแพ้ หอบหืด รูมาตอยด์ ผื่นคัน เป็นต้น


คุณอัจฉราพร ไพบูลย์สกุล : โภชนาการผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาล กล้วยน้ำไทได้แนะเคล็ดลับในการสังเกตอึ ซึ่งแยกแยะตามลักษณะรูปร่างของมันไว้ 3 แบบคือ
1.      อึลอยฟ่องเพราะกินของดี คืออึชนิดที่ลอบน้ำ บานตัว อาจมีสีเขียวขี้ม้า หรือเหลืองทอง เนื่องจากเจ้าของอึมักกินผักผลไม้ ข้าวกล้อง ที่มีไฟเบอร์สูง จึงถ่ายง่ายไม่ต้องออกแรงมาก ไม่มีกลิ่นเหม็นเพราะตกค้างในลำไส้ไม่เกิด 24 ชม. และจะถ่ายได้วันละ 1-3 ครั้ง ที่สำคัญมักจะถ่ายเป็นเวลา แบบนี้ถือว่าเยี่ยมที่สุด แสดงว่าลำไส้ใหญ่สะอาดไม่มีตะกอนหมักหมม ถือว่าเป็นคนที่เลือกรับประทานอาหารได้ถูกต้อง
2.      อึเหนียวหนึบจับเป็นก้อน อึแบบนี้จะเหม็นมาก ชนิดที่คนเข้าคิวรอเข้าห้องน้ำคนต่อไปต้องเบ้หน้าทำจมูกย่น เอามือปิดจมูก ลักษณะอึประเภทนี้มีสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ บางครั้งอาจเป็นสีครีมชักโครกเพราะตกค้าง ในลำไส้ 2-3 วัน ซึ่งสิ่งที่ถ่ายออกมาจะไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งรับประทานเขาไป จะถ่ายแค่วันล่ะ 1 ครั้ง หรือไม่ก็หลายวันถ่ายที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน บ่งบอกถึงการกินที่แย่มากๆ
3.      ชนิดที่ 3 จะเป็นผสมผสานคุณลักษณะของอึสองแบบ  แบบแรก คือ อึเป็นก้อนจมน้ำสี่ค่อนข้างคล้ำ ถ่ายวันล่ะครั้ง ใช้เวลาถ่ายนานประมาณ 10 นาที มีกลิ่นเหม็นแต่ไม่รุนแรงบอกได้วาเจ้าของเป็นพวกกินผักบ้าง แต่ยังมีปริมาณไม่มากพอ ถือว่าเป็นคนมีสุขภาพปานกลางซึ่งควรจะรับประทานอาหารที่มีเส้นใยและกากให้มากนี้


เมื่อเกิดการสะสมของกากอาหารที่ระบบไม่สามารถ ขับออกได้หมด กากอาหารเหล่านั้นจะมีทั้งสารอาหาร และสารพิษที่สะสมอยู่ในอาหาร ยกตัวอย่างสารพิษจาก สารเคมีที่ทำการเกษตร , สารเร่งการเจริญเติบโต ของ ไก่ สุกร วัว สารเร่งน้ำนมจากวัว ฯลฯ ซึ่งสารพิษเหล่านี้เมื่อถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและผ่านอวัยวะต่างๆ เมื่อเกิดการสะสมที่ส่วนใดเป็นจำนวนมากพอก็อาจก่อให้เกิด โรคเสื่อมต่างๆที่อวัยวะนั้นๆ
จะมีวิธีไหนที่จะช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บริเวณลำไส้”

DETOX  มีประโยชน์และข้อดีอย่างไร


1. ช่วยทำความสะอาดลำไส้ และแบคทีเรียที่เป็นโทษต่อร่างกาย สารพิษต่างๆจะถูกชะล้างออกไป ลดการสะสมของสารพิษ เมื่อสารพิษเหล่านี้ถูกกำจัดออกไป ลำไส้จะสามารถทำงานได้ตามปกติ

2. เป็นการบริหารกล้ามเนื้อลำไส ของเสียที่ตกค้างมีผลทำให้ลำไส้อ่อนแอลง และทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่  การล้างลำไส้จึงเป็นการช่วยส่งเสริมกล้ามเนื้อลำไส้ให้ทำงานได้มากขึ้น กล้ามเนื้อลำไส้ที่แข็งแรงและทำงานได้อย่างเป็นจังหวะ จะช่วยทำให้การผลักดันของของเสีย  เช่น กากอาหาร และอุจจาระออกจากลำไส้ได้เร็วขึ้นไม่เกิดสารตกค้างจนกลายเป็นพิษ

3. ทำให้ลำไส้มีขนาดเป็นปกติ เมื่อลำไส้ทำงานอย่างผิดปกติ จะส่งผลให้โครงสร้างและขนาดลำไส้เปลี่ยนไป ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆตามมา การล้างลำไส้ ช่วยให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนตัว ช่วยลดอาการบวมหรือโป่งพองของลำไส้ อันเนื่องมาจากการที่มีของเสียอุดตันบริเวณนั้น ทำให้ลำไส้มีรูปร่างปกติตามธรรมชาติ การรักษาด้วยวิธีอื่นๆอาจทำให้ลำไส้กลับคืนสู่รูปทรงปกติได้เพียงระยะสั้นเท่านั้น

4. กระตุ้นจุดตอบสนองของระบบอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย   ซึ่งอวัยวะทุกส่วนจะมีการทำงานเชื่อมต่อกับลำไส้โดยจุดตอบสนอง การล้างลำไส้เป็นการช่วยกระตุ้นจุดที่ว่านี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อร่างกายโดยรวม เช่น ตับ ถุงน้ำดี  ตับอ่อน ไต ต่อมน้ำเหลือง และการหมุนเวียนของเลือด เป็นต้น





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น